โรคมือ
เท้า ปาก
หรือที่เรียกว่า Hand-foot-and-mouth disease
เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก
มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ
เกิดจากเชื้อไวรัสหลายตัวแต่ตัวที่รุนแรงชื่อว่า เอนเทอโรไวรัส
71
มักระบาดเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี
โรคนี้แพร่กระจายติดต่อถึงกันได้โดยผ่านทางอุจจาระหรือละอองน้ำมูกน้ำลาย
สาเหตุ
-
เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุมีหลายชนิด
ได้แก่ Coxsackievirus A type 16 (A16) ซึ่งพบบ่อยที่สุด
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A5, A7, A9,
A10, B2, และ B5 ที่น่ากลัวที่สุดคือ โรคมือ เท้า ปาก
ที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71)
เนื่องจากพบว่ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยได้บ่อย
และทำให้ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตได้
รวมทั้งปรากฏว่ามีการระบาดเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลกต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน
-
การระบาดของเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71
พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น
และพบมากในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
การระบาดในไต้หวันกับการระบาดในประเทศมาเลเซีย พบว่า
เด็กเล็กจะเป็นกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรค
และมีช่วงของการระบาดอยู่ในช่วงเดียวกัน
-
เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71
เป็นเชื้อที่อาจพบได้ในลำไส้
ก่อให้เกิดอาการในผู้ติดเชื้อระยะแรกคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ
มีไข้ ปวดศรีษะและอาเจียนร่วมด้วย อัตราตายจะต่ำ
ถ้าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
และการรักษาที่เหมาะสม แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรง
หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจก่อให้เกิดโรคที่รุนแรงตามมาได้
เช่น ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และทำให้เด็กเสียชีวิตได้
-
จากการศึกษารายละเอียดของโรคในรายผู้ป่วยที่เสียชีวิต
พบว่า เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71
เข้าไปทำลายระบบสมองของผู้ป่วย
แต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
จึงทำให้ส่วนของสมองบริเวณเมดัลลา พอน
และก้านสมองเกิดการติดเชื้อและบวมได้
อาการ
-
โรคมือเท้าปาก
มักเป็นในเด็กเล็ก มีอาการคล้ายไข้หวัด
ร่วมกับมีตุ่มใสบริเวณมือ เท้า และปาก
ตุ่มในช่องปากมักมีอาการเจ็บ ทำให้ผู้ป่วยกินอาการและดื่มนํ้าได้ลดลง
-
เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถเข้าจู่โจมทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ
ในร่างกายมนุษย์ได้หลายระบบ ซึ่งขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์
บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อเซลล์ประสาท
และสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอัมพาต
บางชนิดจะเข้าจับกับตัวรับของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด
ระบบสมองส่วนกลาง
ตับอ่อน
โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางระบบทางเดินอาหารและหายใจส่วนต้นเป็นส่วนใหญ่
แล้วมีการแบ่งตัวบนเนื้อเยื่อที่เป็นเยื่อบุและต่อมน้ำเหลืองของลำคอรวมทั้งต่อมทอนซิล
เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร
และเจริญเติบโตในกระเพาะอาหารและเนื้อเยื่อของลำไส้
เพราะเชื้อสามารถคงทนต่อความเป็นกรดและเอนซัยม์ย่อยอาหารต่างๆ
ได้ดี
-
เชื้อจะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นบนเนื้อเยื่อน้ำเหลืองของลำไส้
จากนั้นจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดโดยมีบางส่วนที่ถูกขับออกทางอุจจาระ
เชื้อจะเข้าทำลายเนื้อเยื่อในอวัยวะของระบบต่างๆ
ของร่างกาย ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีระยะเวลาฟักตัวระหว่าง
2-14 วัน จึงจะปรากฏมีอาการและอาการแสดงติดตามมา
-
เด็กจะได้รับเชื้อไวรัสนี้จากการรับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสที่กระจายออกมากับอุจจาระ
หรือสัมผัสกับละอองน้ำมูก น้ำลายของเด็กที่เป็นโรคนี้
หลังได้รับเชื้อ 4-6 วัน เด็กจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย
ไม่มีแรง ไม่กินนม/อาหาร เจ็บคอ ปวดศีรษะ
จะมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหรือแผลที่คอ ปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม
และตุ่มจะขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น
ซึ่งระยะตุ่มน้ำใสนี้มีเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุดถึงร้อยละ
99 จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำใส
การวินิจฉัย
การจำแนกชนิดของเชื้อทำได้
โดยอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น
การเพาะเลี้ยงภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เช่น เซลล์เพาะเลี้ยง
ไข่ไก่ฟัก และสัตว์ทดลอง
โรคนี้ไม่มียาฆ่าเชื้อโดยตรง
จะรักษาตามอาการ
และเฝ้าระวังอาการที่รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
เช่น ชัก ปอดอักเสบ สมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว
ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้
แนวทางการรักษา
-
โรคมือ เท้า ปาก หายได้เอง
โดยไม่มียารักษาจำเพาะ การรักษาตามอาการคือ การลดไข้
อาจใช้ยาชาทาแผลในปาก แนะนำให้กินของเย็น (นํ้าเย็น นํ้าแข็ง
ไอศกรีม) ซึ่งจะทำให้รู้สึกชา และทำให้เด็กกินได้เพิ่มขึ้น
แผลจะหายได้เองภายใน 5-7 วัน
-
การแยกชนิดของเชื้อก็มีส่วนช่วยในการรักษาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อ ให้กับคนอื่นได้โดยทาง น้ำลาย
น้ำมูก อุจจาระ เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์
-
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรค
-
การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคทันที
โดยการให้อิมมูโนโกลบูลินซึ่งยังอยู่ในระหว่างการศึกษา
และถ้ามีข้อบ่งชี้ในการเลือกใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำ
หรือการดูแลของแพทย์
ระดับของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อจะยังคงมีอยู่ในร่างกายเพียงช่วงระยะหนึ่ง
และยังก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคในระยะเวลาสั้น
ต่อการป้องกันการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่เป็นชนิดอื่นได้
การควบคุมโรค
ทำได้โดยการสั่งปิดโรงเรียน โรงเรียนอนุบาล และสถานเลี้ยงเด็ก
เพื่อหยุดยั้งการระบาด
เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคติดต่อโดยทางอาหารและน้ำ
จากมือที่มีเชื้อ
การป้องกันโรคที่สำคัญ
คือ การแนะนำไม่ให้นำเด็กเล็กไปอยู่ในที่แออัด เช่น
โรงภาพยนตร์ ตลาด ศูนย์การค้า และหากมีเด็กป่วย
ควรแนะนำไม่ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับเด็กคนอื่นๆ
การรักษาสุขภาพส่วนบุคคลให้ดี
เช่น การรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
การรับประทานอาหารและน้ำที่สะอาด การล้างมือบ่อยๆ
และรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
การเผยแพร่ความรู้การป้องกัน
ทำได้โดยเน้นให้ผู้ปกครองดูแลความสะอาดให้มากที่สุด
เนื่องจากผู้ใหญ่อาจนำเชื้อมาสู่เด็กได้
และให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่